การปรับตัวหลังจากภาวะสถานการณ์โควิด19 คลี่คลาย

หลังจากล่าสุดที่ทางรัฐบาล ได้มีแนวทางมาตรการต่างๆ ออกมาเพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดไข้ไวรัสโควิด19 ตลอดจนการป้องกันต่างๆนั้น เวลานี้ ทางรัฐบาลได้ออกมาประกาศ พระราชกำหนดในการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยการให้อำนาจเจ้าที่หน้าทีเพิ่มขึ้นในการดูแลและควบคุมกำกับสถานการณ์ไม่ให้ลุกลามไปมากกว่านี้

ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะมีการกำหนดออกมาจากศูนย์อำนวยการสถานการฉุกเฉินที่จะตั้งขึ้น ทั้งในแง่ข้อมูลข่าวสารที่จะส่งให้ประชาชนรับทราบโดยทั่วกัน และรวมไปถึงการจำกัดควบคุมการเดินทางของประชาชน ตลอดการปิดสถานประกอบการบางจุด หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้มีการขอความร่วมมือให้ประชาชนงดเว้นกิจกรรมต่างๆ ที่ทำให้ต้องเดินทางออกจากบ้าน

และให้ทำงานอยู่ที่บ้านแทน แต่การขอความร่วมมือที่ผ่านมานั้น ทางรัฐบาลเองมองเห็นว่าไม่ได้รับการร่วมมือจากประชาชนเท่าที่ควร จึงทำให้ต้องมีการใช้มาตรการการกึ่งบังคับ ในแง่ของกฎหมายออกมาอย่างเข้มงวด ซึ่งสถานการณ์แบบนี้แทบไม่เคยมีใครเจอมากก่อนในรองหนึ่งร้อยปีที่ผ่านมา จะมีที่หนักก่อนหน้านั้นก็คือ การแพร่ระบาดของโรคซาร์ส เมอร์ส ที่ควบคุมได้ในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งเวลานี้หนทางเดียวที่มองเห็นว่าจะเอาตัวรอดได้นั้นจากภาวะวิกฤติแบบนี้ คือ ต้องมีใจที่เข้มแข็ง และมีความอดทนมีวินัย

จะต้องอดทนที่จะต้องถูกจำกัดหลายต่อหลายสิ่งและหลายอย่าง พร้อมกับปรับการใช้ชีวิตของตัวเอง พฤติกรรมประจำวันทั้งการดำรงชีวิต และการทำงาน รวมไปถึงการปรับเปลี่ยนวิธีคิดและทัศนคติใหม่ เพราะการมาของไข้ไวรัสโควิด19 ที่กำลังระบาดอยู่นี้นั้น ได้ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไป เช่นการทำงานที่ทำให้เราต้องเปลี่ยนการทำงานจากที่เคยออกไปใช้ชีวิตข้างนอกและมีสังคมภายนอกกับเพื่อนร่วมงาน

แต่อาจจะต้องทำให้เราต้องมีเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตในการทำงาน เข้าสู่ยุคดิจิทอลกันมากขึ้น ใช้อินเตอร์เน็ตกันมากขึ้น การทำงานที่ต้องผ่านและส่งต่อกันด้วยอีเมล์ หรือการประชุมที่ผ่านทางจอคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือ ในรูปแบบการประชุม วิดีโอคอนเฟอเรนซ์ และอาจจะไม่ได้เจอเพื่อนหรือมีสังคมมากนัก

เพราะอาจจะทำได้เหลือแค่โทรศัทพ์และคุยผ่านระบบโซเชียล ไม่ว่าจะเป็นคุยผ่านไลน์หรือเฟชบุ๊ก ซึ่งจากสถานการณ์แบบนี้เหมือนเป็นการทดลองในการใช้ชีวิตซึ่งจะเกิดขึ้นในอนาคตจริงๆ ว่าถ้าเมื่อใดที่สถานการณ์ไข้ไวรัสระบาดนี้คลี่คลายลง รูปแบบการทำงานอาจจะเปลี่ยนไปในสังคมข้างหน้า การทำงานอยู่ที่บ้านอาจจะได้รับความนิยมและมากขึ้น ซึ่งอาจจะเป็นผลดีที่ตามมาในอนาคต ทั้งปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย ความปลอดภัย และรถติด

 

สนับสนุนโดย  dewabet