เหตุการณ์ที่รอดตายเพราะใช้กูเกิลเอิร์ท

กูเกิลแมปส์มันเป็นเครื่องมือที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับมนุษย์มากมายในปัจจุบันและในหลายๆครั้งเรามักจะใช้กูเกิลแมปส์เพื่อใช้เป็นเครื่องนำทางไปยังในสถานที่ที่เรานั้นไม่รู้จักแต่วันนี้เราจะพาคุณไปพบกับเหตุการณ์ที่มีผู้รอดชีวิตอย่างน่าทึ่งจากกูเกิลแมปส์

 

ผู้รอดชีวิตจากเกาะอันว่างเปล่า

สำหรับเหตุการณ์นี้ได้เกิดที่ได้มีชายจำนวนสามคนกำลังที่จะล่องเรืออกไปหาปลาที่ท้อทะเลที่มีเส้นทางไกลกว่าปกติที่พวกเขานั้นเคยไปจากนั้นเรือของพวกเขาก็ได้มีปัญหาและมันจึงได้ทำให้เรือของพวกเขานั้นจมลงท้องทะเลในเวลาต่อมาทั้งนี้ชายทั้งสามคนนั้นกำลังที่จะว่ายน้ำเพื่อที่จะเอาตัวรอดจากนั้นพวกเขาก้ได้ว่ายน้ำขึ้นไปยังบนเกาะร้างได้อย่างปริศนา นอกจากนั้นชายทั้งสามคนก็ไม่เคยมีประสบการณ์ในการติดเกาะมาก่อนแต่พวกเขาก็ได้ดูหนังเรื่องหนึ่งที่มันเป็นหนังติดเกาะที่มีความโด่งดัง

หลังจากนั้นได้ผ่านไปประมาณหนึ่งวันชายทั้งสามคนนี้เขาก็ได้ตัดสินใจที่จะหากิ่งไม้และใบไม้ให้ได้มากที่สุดเพื่อที่จะนำเอามาวางต่อเรียงกันให้มันเป็นคำว่าHELPหรือจะให้แปลเป็นภาษาไทยว่าช่วยด้วย จากนั้นเมื่อเวลาไม่นานนักในความพยายามของพวกเขาก็เป็นผลเพราะได้มีคนได้ใช้งานกูเกิลเอิร์ทอยู่จากนั้นเขาก็ได้บังเอิญไปด้วยข้อความที่กำลังของความช่วยเหลือ

จากดาวเทียมจากนั้นชายดังกล่าวก็ได้เข้าไปแจ้งกับที่ยามชายฝั่งจากนั้นเขาก็ได้ส่งตำแหน่งของเกาะไปจากนั้นก็ได้ให้ความช่วยเหลือกับชายทั้งสามคนจนพวกเขาทั้งสามคนนั้นสามารถที่จะออกมาจากเกาะแห่งนั้นได้และได้กลับไปหาครอบครัวในที่สุด

ชายที่หลงทางออกจากบ้านนาน23ปี

เนื่องจากมีชายคนหนึ่งชาวอินเดียชื่อสารุด เมื่อตอนที่สารุดนั้นมีอายุประมาณ5ขวบเขาไปหลงขึ้นรถไฟที่อินเดียสำหรับในประเทศอินเดียนั้นก็ได้ขึ้นชื่อว่าประชากรหนาแน่นมากที่สุดในประเทศและการเดินทางที่ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องวุ่นวายในประเทศอินเดียจึงได้ทำให้เด็กชายสารุดได้หลงกับครอบครัวและได้หายตัวไปนานถึง23ปี

นอกจากนั้นทางครอบครัวของเขานั้นก็ได้ทำการค้นหาแต่ก็ไม่พบและด้วยที่เขามีอายุเพียงแค่5ขวบจึงทำให่รุดนั้นไม่สามารถที่จะจำบ้านเกิดของตัวเองได้หรือแม้แต่กระทั่งนามสกุลของตัวเองแต่สิ่งเดียวที่ตัวสารุดนั้นจำได้ที่มีความเกี่ยวข้องกับตัวเองได้ก็คือบ้านเกิดของเขานั้นได้ถูกกั้นด้วยสะพานทั้งสองข้างจนกระทั่งเวลาผ่านไปเมื่อเขานั้นมีอายุประมาณ28ปี

เขาได้ใช้กูเกิลแมปส์และกูเิกลเอิร์ททำการค้นหาและก็เจอบ้านเกิดของตัวเองจากนั้นเขาก้ได้เดินทางกลับไปที่แห่งนั้นและก็พบครอบครัวของเขาในที่สุด

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  bk8

เคอร์ฟิววันแรก คนฝ่าฝืนเพียบ

เคอร์ฟิววันแรก คนฝ่าฝืนเพียบ ตำรวจดำเนินคดี 42 รายจาก 177 ราย 

    จากกรณีที่มีการประกาศเคอร์ฟิวออกมาว่าให้ประชาชนเดินทางออกนอกบ้านในช่วงเวลาตั้งแต่ 10:00 นจนถึง 02:00 นโดยเริ่มมีผลเคอร์ฟิวตั้งแต่ช่วงวันที่ 3 เดือนเมษายนปีพศ 2563 นั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการพบว่ามีจำนวนผู้ที่ฝ่าฝืนกฎโคฟิลมากมายถึง 177 คนมีการเดินทางออกนอกบ้านในช่วงมีการกำหนดข้อห้ามเป็นจำนวนมากทั้งที่ไม่มีความจำเป็นให้ออก ต

อนนี้เจ้าหน้าที่ยังให้ข้อมูลด้วยว่ามีบางกลุ่มที่ออกมาสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่นด้วยจำนวน 42 คนเจ้าหน้าที่จึงได้มีการเชิญตัวไปที่สถานีตำรวจเพื่อดำเนินคดีเอาผิดตามกฎหมายและยังมีอีก 94 คนที่ทางเจ้าหน้าที่ให้การตักเตือนเท่านั้นแต่ไม่ได้ดำเนินคดีทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่าผู้ก่อเหตุที่เดินทางออกนอกบ้านมักจะออกมาโดยการขับรถออกมาถึง 144 คัน

และยังมีการตั้งกลุ่มมั่วสุมในชุมชนโดยส่วนใหญ่ก็ทักชวนกันมาตั้งวงกินเหล้ากันซึ่งการกระทำแบบนี้เป็นการเสี่ยงอย่างมากที่จะมีการแพร่เชื้อไวรัสโควิด –19

      การประกาศเคอร์ฟิวเป็นการเพิ่มมาตรการในการช่วยเหลือประชาชนให้ลดความเสี่ยงที่จะมีการติดเชื้อไวรัสโควิด –19ดังนั้นประชาชนทุกคนจึงควรที่จะร่วมแรงร่วมใจในการที่จะ ปฏิบัติตาม ตามกฎของเคอร์ฟิวที่รัฐบาลให้มีการประกัน เพราะจะสามารถช่วยให้หยุดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าได้เพราะถ้าเกิดว่าประชาชนไม่มีการแพร่ระบาดเพิ่มเจ้าหน้าที่พยาบาลรวมถึงเจ้าหน้าที่สาธารณสุขก็ไม่ต้องทำงานเพิ่มดังนั้นก็แค่รักษาคนที่มีอาการอยู่แล้ว

ให้หายเราก็สามารถหยุดการแพร่เชื้อของไวรัสถ้าทุกคนยังมีการฝ่าฝืนมีการรวมตัวกันการแพร่ระบาดก็จะยังคงมีอยู่จำนวนผู้ติดเชื้อก็จะเพิ่มมากขึ้นและหมอพยาบาลก็จะไม่สามารถที่จะช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทั่วถึงสำหรับคนที่ติดเชื้อเพราะจำนวนหมอและพยาบาลมีจำนวนน้อยกว่าผู้ติดเชื้อมากนักดังนั้นเราจึงต้องจำเป็นที่จะให้ความร่วมมือในการที่จะหยุดยั้ง

การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสเพื่อที่จะได้ทุ่มเทกับการรักษาคนที่ติดเชื้อให้หายวิธีการหนึ่งที่จะสามารถหยุดยั้งการแพร่ระบาดได้ก็คือการที่ทุกคนอยู่แต่ในบ้านของตนเองไม่ออกมาข้างนอกทางรัฐบาลจึงได้มีการกำหนดเคอร์ฟิวขึ้นมาเพื่อเป็นการบังคับสำหรับคนที่ชอบต่อต้านและชอบออกนอกบ้าน ทั้งนี้ถ้าเกิดยังมีการฝ่าฝืนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะมีการจับกุมเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายแล้วถ้าหาก เคอร์ฟิวช่วง

 22 :00 น. จะถึง 4:00 น. นั้นยังไม่สำเร็จผลก็อาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนเป็นตลอด 24 ชั่วโมงซึ่งถ้าถึงเวลานั้นการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนทุกคนจะลำบากมากกว่านี้ 

 

สนับสนุนโดย  bk8